China Power

ทีเด็ด บอล ต่อ วัน นี้: Diplomacy 101

sports สกลนคร, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดเผยรายงานหนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2558 ว่า ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ 31 มีนาคม 2558 มีจำนวนทั้งสิ้น 5,730,519.23 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 43.33 ของ GDP เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสุทธิ 10,093.66 ล้านบาทแนวรับ 5.15-5.30 บาทราคาปิด 1.04 ตัดขาดทุน 0.97 ,GFM15:19340 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลังจากทดสอบแนวต้านที่ 19500-19550 ในขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับที่ US$1200 เราจึงยังคงแนะนำให้กลับเข้าไป Open Long ที่บริเวณแนวรับ 19200 และ 19000 เพื่อคาดหวังการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 19500นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดเป้าสินเชื่อในปีนี้ลงมาเหลือ 6% จากเดิมคาด 8-9% โดยสินเชื่อรายใหญ่เหลือ 3-5% จากเดิม 4-6% ส่วนสินเชื่อรายย่อยเหลือ 5-7% จากเดิม 8-9% และสินเชื่อเอสเอ็มอี (SMEs) เหลือ 6-8% จากเดิม 7.7%ทั้งนี้การผลักดันโครงการของภาครัฐยังเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้ลงทุนต่างประเทศให้ความสนใจและติดตามความคืบหน้า โดยในปัจจุบัน บริษัทจดทะเบียนไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง และจะได้รับอานิสงค์จากระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานที่จะเกิดขึ้น อาทิ หมวดบริการรับเหมาก่อสร้าง หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดขนส่งและโลจิสติกส์ ขณะเดียวกัน การสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย. ผู้บริหารส่วนใหญ่มีมุมมองว่านโยบายและโครงการของรัฐจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังส่วนสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธนาคารได้ปรับเพิ่มเป็น 2.3-2.5% จากเดิม 2-2.4% หลังจากไตรมาส 1/58 สัญญาณ NPL ขยับเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากเอสเอ็มอี และรายย่อย ซึ่งส่งผลให้ธนาคารต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้นตามไปด้วยในไตรมาส 2/58ด้านนายสุวัตร เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะมีการฟ้องร้องอีก 3 คดี เป็นคดีอาญาสินไหม เรียกร้องค่าเสียหาย รวมถึงการเตรียมฟ้องไม่ให้นายสุทธิชัย หยุ่น ทำหน้าที่บริษัทที่ผู้บริหารสื่อสารมวลชนอีกต่อไป สำหรับข้อหาที่ยื่นฟ้องวันนี้ เป็นการฟ้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้การประชุมเป็นโมฆะกรรม และเพิกถอนมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 โดยเป็นการฟ้องในฐานะนิติบุคคล แต่หลังจากนี้ส่งฟ้องเป็นรายบุคคลต่อไปทั้งนี้ ในไตรมาส 1/58 ยอดขายพรีเซลล์ของบริษัททำได้แล้วทมี่ 2.67 พันล้านบาท เติบโต 13% จากไตรมาส 1/57 ที่มียอดขายพรีเซลล์อยู่ที่ 2.36 พันล้านบาท,นายเบอนัวท์ เกอร์ เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของ ECB เปิดเผยว่า ทาง ECB เตรียมเพิ่มปริมาณการซื้อพันธบัตรในช่วงเดือนพ.ค.และมิ.ย. ก่อนที่จะชะลอการซื้อในเดือนก.ค.และส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดพันธบัตรมีการซื้อขายที่ซบเซาทั้งนี้ ภายในเดือน ก.ค.58 จะต้องลงนามในสัญญากับผู้เดินรถให้ได้ ซึ่งจะทำให้เปิดเดินรถล่าช้าจากแผนประมาณ 4-6 เดือน จากเดิมที่จะเปิดให้บริการเดินรถปลายปี 61 เป็นต้นปี 62 ส่วนรางนั้นจะเสร็จก่อน โดยขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้าประมาณ 60%ในขณะที่ยอดขายเติบโตในอัตราที่ช้ากว่า โดยทีมงานมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อยอดขายในส่วนนี้ ผ่านการเพิ่มยอดขายต่อร้านเดิม ด้วยการพัฒนาและการนำเสนอสินค้ากลุ่มใหม่เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค พร้อมกับการเลือกสินค้าให้เหมาะสมกับตลาดในแต่ละพื้นที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งในไตรมาสนี้ บริษัทได้เปิดตัวกระเป๋าเดินทาง สินค้าใหม่ที่นำเข้ามาทำตลาดเพื่อขยายธุรกิจจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมเดินทางเพิ่มมากขึ้น AMATA คาดกำไรปีนี้สูงกว่าปีก่อน หลังบุ๊ค มองรายได้ปีนี้ใกล้เคียงปีก่อนอนึ่ง โครงการเจ้าพระยา เอสเตท บนพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ มูลค่าโครงการ 32,000 ล้านบาท มีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 2561PTTGCดีดตัวขึ้นหลังพักตัวสร้างฐานไม่หลุดเส้นค่าเฉลี่ย 1 เดือน ด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Three White Soldiers พร้อมปริมาณการซื้อขายสูง แนวต้านแรก 67.00 บาท ถัดไปที่ 70.00 บาทนอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐยังได้กดดันให้นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านเดือนเม.ย.พุ่งขึ้น 20.2% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 1.135 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2007 และเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นเปอร์เซนต์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ.1991หุ้นของบริษัทที่รายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า รวมถึงหุ้นจูเลียส แบร์ ที่ปรับตัวขึ้น 1.1% และหุ้นดีดีซี ทะยานขึ้น 13% หุ้นโวดาโฟนร่วงลง 3.2% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลกำไรในปีหน้า ส่วนหุ้นเมิร์ค ปรับลง 1.7% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอเกินคาด, สภาแห่งรัฐจีน เปิดเผยแผนแม่บทระดับชาติ ซึ่งมีชื่อว่า Made in China 2025 ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมภาคการผลิต โดยแผนดังกล่าวได้รับการอนุมัติจากนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีนแล้ว Made in China 2025 เป็นแผนแม่บทระยะเวลา 10 ปีแผนแรก ที่วางแผนปฏิรูปและเปลี่ยนโฉมจีนจากยักษ์ใหญ่ด้านการผลิต ไปสู่มหาอำนาจในการผลิตระดับโลก,ส่วนแผนงานที่วางไว้ มั่นใจว่ารายได้ปี 58 จะเป็นไปตามเป้าที่ 1,200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) ภายในสิ้นปีนี้ มูลค่าประมาณ 750 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้รายได้จะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ได้แน่นอนโดยดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.1% แตะระดับ 153.02 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.ตามเวลาโตเกียว。

ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าและนักลงทุนมองเห็นตรงกันว่า การซื้อครั้งนี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในอนาคต เพราะโฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพ ไม่ได้เป็นเพียงไพรเวท เรสซิเด้นซ์ริมน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกแต่ยังเป็นไพรเวท เรสซิเด้นซ์ริมน้ำแห่งแรกในเอเชียภายใต้แบรนด์โฟร์ซีซั่นส์ ซึ่งจุดแข็งเหล่านี้เองที่สามารถสร้างความสนใจให้แก่ลูกค้าและนักลงทุนอย่างมากส่วนโครงการเดิมที่ ANAN ร่วมทุนกับทางมิตซุยมี 4 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 26,000 ล้านบาท หากรวมโครงการใหม่จะมีทั้งหมด 9 โครงการ มูลค่า 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งทางมิตซุยใช้เงินเข้ามาร่วมทุนราว 5,000 ล้านบาท จากเงินลงทุนต่างประเทศตามแผน 3 ปีที่ทางมิตซุยตั้งไว้ 150,000 ล้านบาท,นอกจากนี้ ปัจจัยในประเทศมีส่วนช่วยหนุนตลาดจากการที่รมว.คมนาคมเตรียมจะเสนอโครงการเกี่ยวกับรถไฟฟ้าเข้าครม.ในเดือนมิ.ย.และก.ค.นี้ ทำให้มีแรงซื้อจากหุ้นในกลุ่มรับเหมาฯเข้ามาช่วยหนุนตลาดด้วย เงินเยนอ่อน หนุนนิกเกอิปิดเช้าบวก 93.11 จุดนอกจากนี้ ตลาดฯได้รับแรงกดดันจากการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ด้วย ทำให้วันนี้หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีการปรับตัวลงมา และการจะปรับขึ้นคงจะยากเล็กน้อย,SET : ให้โอกาสพักเบาๆ,นายเบน เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CGD เปิดเผยว่า โครงการ โฟร์ซีซั่นส์ ไพรเวท เรสซิเด้นซ์ กรุงเทพ ณ แม่น้ำเจ้าพระยา สร้างสถิติใหม่ทำยอดขายสูงสุดรวมมูลค่า 700 ล้านบาท ใน 2 วัน จากโรดโชว์ที่ประเทศฮ่องกง ขึ้นแท่นเป็นอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีของไทยที่มียอดขายสูงที่สุดของงาน CBRE ในฮ่องกง、ผล วัน นี้ ทุก ลีก、นอกจากนี้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558 บริษัทฯมีโครงการคอนโดมิเนียมที่ปิดโครงการแล้วจำนวน 1 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 198 ล้านบาท และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 19 โครงการ โดยแบ่งเป็น โครงการที่พัฒนาแล้วเสร็จจำนวน 8 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 2,919 ล้านบาท และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 11 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 6,725 ล้านบาท และโครงการในอนาคต จำนวน 7 โครงการ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 7,170 ล้านบาท、สำหรับผลตอบแทนของหุ้นกู้ดังกล่าว คือ อัตราดอกเบี้ยคงที่ เท่ากับ 4.75% ตลอดอายุหุ้นกู้ จ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือนและกำหนดวงเงินจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาทและทวีคูณของ 100,000 บาท โดยแต่งตั้งให้ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย และจะเริ่มเปิดจองซื้อในวันที่ 20 29 พ.ค.ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศโดยในปี 2558 นี้ ธนาคารยังคงตั้งค่าเผื่อฯรายเดือน ๆ ละ 700 ล้านบาท และคำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนและอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย ธนาคารจึงพิจารณาตั้งค่าเผื่อฯเพิ่มเติมอีกจำนวน 3,600 ล้านบาท ซึ่งธนาคารเชื่อว่ามีความเหมาะสมที่จะรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดจากคุณภาพหนี้ได้สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET แกว่งด้านข้าง SET แกว่งด้านข้าง เป็นไปในทำนองเดียวกับตลาดต่างประเทศเมื่อคืน รวมถึงตลาดภูมิภาคในวันนี้ เนื่องด้วยยังไม่มีปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดนัก อย่างไรก็ตาม มองความกังวลข้างหน้ารออยู่ จากปัญหาหนี้กรีซ จะเป็นปัจจัยกดดันตลาด ส่วน SET ภาคเช้า แกว่งบริเวณ 1525 จุด+/- มาปิดตลาดที่ 1525.23 จุด +5.12 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.7 หมื่นลบ. กลุ่มหลัก พลังงานประคองตลาด ปิดบวก +0.5% ส่วน ICT และแบงก์ บวกลบไม่มากแนวรับ 5.15-5.30 บาทนักลงทุนมองว่าข้อมูลแรงงานล่าสุดของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง จึงได้ลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 16 พ.ค. เพิ่มขึ้น 10,000 ราย แตะ 274,000 ราย แต่ตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 300,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 11 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง รายงานการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ประจำเดือนพ.ค.ที่ได้มัการเผยแพร่ในวันนี้ระบุว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจอังกฤษจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสสอง หลังจากที่ราคาสินค้าปรับตัวลดลงจนส่งผลให้ภาคครัวเรือนมีรายได้และการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น , จากที่มีข่าวของยูโรโซนวันนี้ ทำให้มีแรงซื้อดอลลาร์ และเทขายสกุลอื่นๆ ที่ไม่ใช่ดอลลาร์ทิ้ง จึงทำให้ค่าเงินดอลลาร์ฟื้นขึ้นมา นักบริหารเงินกล่าว ขณะที่คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่า โดยจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.50-33.65 บาท/ดอลลาร์น.ส.อาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยช่วงบ่าย (19 พ.ค.) ปรับตัวขึ้นได้ดี เนื่องจากได้แรงกระตุ้นสำคัญจากตลาดในยุโรปที่บวกแรงประมาณ 2% โดยเฉพาะตลาดสำคัญๆ อย่างตลาดเยอรมัน และตลาดฝรั่งเศส ทำให้ตลาดในเอเชียปรับตัวขึ้นด้วยส่วนแผนงานที่วางไว้ มั่นใจว่ารายได้ปี 58 จะเป็นไปตามเป้าที่ 1,200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) ภายในสิ้นปีนี้ มูลค่าประมาณ 750 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้รายได้จะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ได้แน่นอน。

Anger might be understandable. But that still doesn’t mean it makes for good diplomacy.

This morning’s session at the Valdai conference was titled: ‘The role of global and regional actors: separately or together?’ There were three speakers to start off with, all of whom were relatively downbeat about the current state of the Middle East peace process. The first speaker complained that the co-ordination among the Middle East Quartet was inefficient, and she singled out the United States for particular criticism, suggesting that a number of factors, including last month’s mid-term drubbing for the Democrats, had weakened Obama’s position vis-à-vis the peace process.

As a result of what she described as the US failure to deliver on its optimistic forecasts of a deal within 12 months and then 24 months, she called for a more active role by both the European Union and Russia, and indicated she was also at least open to efforts to try to enlarge the number of stakeholders by finding moderate, impartial actors to assist with mediation (a possibility I mentioned yesterday for China and India).

Rightly, in my view, she suggested that it was also important to draw in other issues – not just the often talked about questions of security, but also issues like ensuring adequate water supplies in the region. There’s surely a good case to be made that finding common challenges on which to focus could encourage co-operation and foster that conspicuously missing ingredient – trust.

She also raised the question of Iran (a subject that has generally been shunted to the sidelines of the conference), arguing that despite Iran’s apparent desire to play a greater role in the Islamic world, it’s not clear whether it will actually act in the interests of the Palestinians. Indeed, she suggested that Iran’s position that Mahmoud Abbas doesn’t have legitimacy is more damaging than its supplying arms to Hizbollah and Hamas.

The second speaker launched a scathing attack on the role of the United States, arguing that it simply doesn’t have the capabilities for dealing with the peace process. He went on to criticize the ‘incompetent’ Israel government, arguing that the problem with the peace efforts hasn’t been confined to the extremists. He said the Israeli government had consistently followed the illogical position of defending the settlements and concluded the peace process was, in his view, dead.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

It was an outspoken speech, and in a way epitomized one of the problems the Palestinian ‘side’ seems to have in such meetings. It was an angry performance, and not the only one today. A couple of regular attendees of such conferences I’ve spoken with said it’s actually typical of these kind of meetings on the issue – day one is relatively restrained, but the tensions bubbling under the surface tend to boil over on the second day.

I’m not saying, of course, that the Palestinians don’t have good reason to be angry – they certainly do. But a couple of the speeches were delivered as if they were launching a tirade at the United Nations General Assemby. The problem is that if the delivery doesn’t fit the venue, you risk losing a little sympathy from the start. Yes, there have been wrongs committed toward the Palestinians (and toward Israeli civilians as well). But simply angrily recounting a list of grievances with the most sweeping of rhetoric might feel therapeutic, but it doesn’t really advance the discussion in any constructive way. Both sides can take the moral high ground and lecture anyone who will listen about the wrongs they’ve suffered. But they can also take the morally higher ground and try to move forward.

Yes, this is all easier said than done. And of course, neutral observers and mediators should be able to set aside body language and tone and respond based only on the merits of an argument. We should all be able to look at the bigger picture, at the issues. But we’re all also human and have human responses. A suggestion for some speakers to bear in mind, and something that should really be Diplomacy 101, is that you need to at least appear like you’re willing to concede something. A speaker who gives no ground and admits no wrong, no matter how justified in doing so, simply sounds unreasonable.

If you want to keep an audience onside, you’ve got to throw them a bone, admit the other side at least has a point, indicate you understand the pressure they’re under and why they might be acting as they do. This gets harder to do the longer a process drags on – and by god this one is protracted and poisonous. And as I said, tactical rhetorical considerations like this shouldn’t matter. But again, we’re all human and so they do.