Trans-Pacific View | Society

ของดี สำหรับ เล่นการพนัน: How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America

โปรแกรม ลีก วัน,ราคาหุ้นบริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือTRCปิดตลาดอยู่ที่ 2.00 บาท ลบ 0.02 บาท หรือ 0.99% สูงสุด 2.04 บาท ต่ำสุด 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 27.23 ล้านบาทนอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร หลังจากนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ว่า ECB จะทำการทบทวนนโยบายการเงินในการประชุมครั้งหน้าในเดือนมี.ค. โดยถ้อยแถลงของนายดรากีเป็นการส่งสัญญาณว่า ECB อาจผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเดือนมี.ค.ราคาปิด 5.40 แนวรับ 5.30-5.20 , 5.10-5 แนวต้าน 5.45-5.65,โดยปี 58 บริษัทใช้งบลงทุนไป 7 พันล้านบาท แบ่งเป็นการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขาย 4 พันล้านบาท และการลงทุนธุรกิจอสังหาฯ เพื่อให้เช่าอีก 3 พันล้านบาท โดยเป็นการลงทุนซื้ออพาร์ทเมนท์ในสหรัฐฯ 2.5 พันล้านบาท และการลงทุนภายในประเทศอีก 500 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม ต้องจับตาการประชุม ECB ครั้งต่อไปในช่วงเดือนมี.ค.59 รอดูว่าจะมีมาตรการอะไรออกมาและส่งผลต่อตลาดรุนแรงแค่ไหนส่วนอีก 7 จุดบินใหม่ ได้แก่ กรุงเทพ-เสียมราฐ(Siem Reap) ประเทศกัมพูชา เริ่มทำการบินในวันที่ 1 ก.พ.นี้ , กรุงเทพ-หนานหนิง และ กรุงเทพ-เจิงโจว ในจีน เริ่มทำการบิน 27 มี.ค. 59 ยังมีอีก 4 เมืองในจีน ที่กำลังอยู่ระหว่างอนุมัติจากทางการจีน โดยวางแผนเปิดบิน 2 เมืองในเดือน ก.ค.59 และ อีก 2 เมืองในเดือน ส.ค. 59 โดยบริษัทตั้งงบลงทุนรวมในปีนี้ราว 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิตอล โดยเฉพาะการผลิตคอนเทนท์ราว 700-800 ล้านบาท สูงกว่าเท่าตัวจากปี 58 ส่วนงบที่เหลือเป็นการจ่ายค่าการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (VNO) และค่าใบอนุญาตทีวีดิจิตอลทั้งนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ภายหลังจากที่ราคาน้ำมันเบรนท์ขยับตัวขึ้นการดีดตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและราคาน้ำมัน ช่วยสกัดปัจจัยลบจากรายงานของสหรัฐที่ระบุว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้น 10,000 ราย สู่ระดับ 293,000 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.2015 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 277,000 รายนอกจากนี้ ภาวะตกต่ำของราคาน้ำมันในตลาดโลกส่งผลเสียต่อสถานะการเงินของปิโตรบราส โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นของปิโตรบราสร่วงลงสู่ระดับ 4.8 เรียล (1.2 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 13 ปี ส่งผลให้ปิโตรบราสออกมาประกาศลดการลงทุนในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าโดยจะดำเนินการออกเป็น 2 เฟส สำหรับเฟสแรกในปี 2559 นี้ จะเป็นการดำเนินโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทั่วประเทศ ใช้งบประมาณ 15,000 ล้านบาท ส่วนเฟสสอง ในปี 2560 เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ใช้งบประมาณ 5,000 ล้านบาท,SET : ย่อตามสัญญาณ 2) สมมติฐานที่เราใช้คำนวณอยู่ภายใต้เกณฑ์ (1) มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในรอบสัปดาห์ = 100 ล้านบาท (กลุ่ม SET) หรือ มูลค่าการราคาปิด 3.76 แนวรับ 3.72-3.62 แนวต้าน 3.88-3.96 , 4.02-4.12ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2558 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ3.95 หมื่นล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 16.49 บาทต่อหุ้น ลดลง 14% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4.62 หมื่นล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 19.28 บาทต่อหุ้น1) กิจการด้านพลังงานทางเลือก การควบคุมบริหารจัดการน้ำมันและเชื้อเพลิงและกิจการอื่นที่เป็นส่วนหนึ่งของการผลิตขนส่ง และระบบจำหน่ายพลังงานตามแผน มีผลบังคับใช้ภายในหนึ่งปี1) กลุ่มธนาคารที่ Valuation ต่ำ, งบดี, มีโอกาสได้ที่นักวิเคราะห์จะปรับประมาณการขึ้น เช่น KTB KBANK TMB ,ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการในปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้ารายได้เติบโต 150% หลังจากที่ทยอยรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าชีวมวลจำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าชีวมวลช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ (CRB) และโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่วงศ์ เอ็นเนอยี่ (MWE) ที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์และจ่ายไฟฟ้าได้เรียบร้อยแล้วราคาหุ้น TSI ปรับตัวขึ้นท่ามกลางข่าวลือว่ากลุ่มนายสุรพงษ์ ซึ่งเจ้าของสื่อหลายฉบับ และหนึ่งในผู้ถือหุ้นบริษัท นิปปอน แพ็ค(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ NPP เตรียมเข้า backdoor หลังเข้าถือหุ้นก่อนหน้านี้แล้ว คาดว่าราคาอยู่ที่ 0.75 บาท ขณะที่ TSI มีผลขาดทุนสะสม 540 ล้านบาท สามารถมีสิทธิประโยชน์นำไปลดภาษีได้ ราคาหุ้นที่มีการเจรจาจึงรวมมูลค่าตรงนีเข้าไปด้วย และอาจจะนำไปรวมกับบางบริษัทที่กลุ่มตัวเองถืออยู่ทั้งนี้ ส่วนต่างระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวน on/offshore ถ่างกว้างขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 2.5% เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ก่อนจะเริ่มหดแคบลงในสัปดาห์ที่แล้ว และกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกันในปัจจุบัน เท่ากับส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน on/offshore ซึ่งถ่างกว้างมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว หลังจากที่ ธนาคารกลางจีน(PBoC)ประกาศลดอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนลง 1.9%แนวรับ : 764 และ 762。

แนะนำซื้อ EA โดยมีแนวรับที่ 22.00 และ 21.80 และมีแนวต้านที่ 23.00 และ 23.50 เป็นจุดขายทำกำไรAIT ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวในกรอบแนวโน้มขาขึ้น พร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุน สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ ตัด DI- ขึ้นวันแรก เป็นจังหวะเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 27.75 บาท ผ่านได้จะมีแนวต้านถัดไปตามกรอบที่ 28.50 บาท,ขณะที่เงินรับฝากเพิ่มขึ้น 24.9% หรือจำนวน 208.7 พันล้านบาท จากปี 2557 การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นผลจากการรับโอนเงินฝากจาก BTMU สาขากรุงเทพฯ และความสำเร็จต่อเนื่องในการระดมเงินฝากผ่านผลิตภัณฑ์ กรุงศรีมีแต่ได้ เงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยพิเศษและ ออมทรัพย์จัดให้ เงินฝากที่มาพร้อมสิทธิพิเศษต่างๆ ทั้งนี้ สัดส่วนของเงินรับฝากประเภทออมทรัพย์และจ่ายคืนเมื่อทวงถามต่อเงินรับฝากทั้งหมดอยู่ที่ 51.5% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2558、แอด ไลน์ รับ เครดิต ฟรี 100 บาท、นาวาโท นฤทธิ์ พิชิตชโลธร หัวหน้าแผนกประชาสนเทศ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่ ศปมผ. พร้อมกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.นครราชสีมาร่วม เยี่ยมชมโรงงานแปรรูปเนื้อไก่นครราชสีมา ของซีพีเอฟ เพื่อดูระบบตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และการดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานต่างด้าวของสถานประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารของไทย เพื่อร่วมกันดูแลและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและสาธารณชน ภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทยมีการดูแลความเป็นอยู่แรงงานทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นธรรม ,ขณะที่กลุ่มลูกค้าระดับบนในประเทศมีฐานตลาดที่จำกัด ผู้ประกอบการต้องพึ่งกำลังซื้อจากลูกค้าชาวต่างชาติซึ่งมีต้นทุนการตลาดที่สูงขึ้น แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตลาดบนยังเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงน้อยท่ามกลางภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่ยังมีความเสี่ยง ทำให้ในปีนี้ผู้ประกอบการยังคงให้ความสนใจกับตลาดระดับบน,สำหรับทิศทางการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดน่าจะยังชะลอตัวอยู่ในช่วง 1-2 ปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจท้องถิ่นยังได้รับผลกระทบจากกิจกรรมเศรษฐกิจในภาคเกษตรกรรม ขณะที่การลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลนั้น แม้ว่าผู้ประกอบการจะยังให้น้ำหนักการลงทุนโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลก็ตาม แต่คาดว่าการลงทุนน่าจะเต็มไปด้วยความท้าทายมากขึ้น โดยนอกเหนือจากเรื่องเศรษฐกิจและกำลังซื้อแล้ว ต้องยอมรับว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีการแข่งขันรุนแรง โดยการแข่งขันไม่เพียงจากผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มานานแล้ว แต่ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกอบการธุรกิจอื่นๆ ก็ขยายฐานธุรกิจเข้ามาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้มีความแข็งแกร่งทั้งด้านแหล่งเงินทุนและที่สำคัญเป็นเจ้าของที่ดินในทำเลศักยภาพCWT(ราคาปิดภาคเช้า 1.92) โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2559 นี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่มาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์จะสิ้นสุดลงนั้น คาดว่าบรรยากาศตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะทยอยกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คงจะเร่งทำการตลาดกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยให้ตัดสินใจเร็วขึ้น เห็นได้ว่าในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของปี 2558 ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยมีการตอบรับกับมาตรการดังกล่าว จากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา จำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อปล่อยใหม่จากธนาคารพาณิชย์เฉพาะในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.4 จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เอกสารเผยแพร่ ระบุ 4 หุ้นเสี่ยง! ติดบ่วง Cash Balance สัปดาห์หน้า MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มขึ้น RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเข้าใกล้ระดับ 40AP (Bt 5.40 แนะนำยืมหุ้น short เพื่อรอซื้อคืนที่แนวรับ)นอกจากนี้ ตลาดยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก เมื่อพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจของ 2 ชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างจีนและสหรัฐ โดยเมื่อวานนี้กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า ตัวเลข FDI ของจีนในเดือนธ.ค.ลดลง 5.8% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับ 7.702 หมื่นล้านหยวน (1.223 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)ภาวะการซื้อขายในตลาดได้รับแรงกดดันจากผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทรอยัล ดัทช์ เชลล์ โดยราคาหุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ร่วงลงอย่างหนักหลังจากทางบริษัทเปิดเผยว่ามีกำไร 1.6-1.9 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 4 เทียบกับ 3.3 พันล้านดอลลาร์สำหรับช่วงเดียวกันในปี 2014 โดยกำไรในไตรมาส 4 ของเชลล์ลดลงมากถึง 50% จากการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ส่วนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ร่วงลง 7.4% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลผลิตแร่เหล็ก ขณะที่หุ้นเกลนคอร์ รีซอส ดิ่งลง 9.9%ขณะเดียวกันปีนี้สายการบินไทยสมายล์ จะรับมอบเครื่องบินแอร์บัส เอ320-200 อีก 5 ลำ จากปีก่อนมีจำนวน 15 ลำ รวมแล้วเป็น 20 ลำ ทำให้มีจำนวนที่นั่งเพิ่มขึ้น รองรับการเปิดจุดบินใหม่ในต่างประเทศ 14 เมือง แบ่งเป็น เส้นทาง 7 เมืองใหม่ เน้นจุดบินในจีน และอยู่ระหว่างเจรจากับทางการอินเดียอีก 2 เมือง ส่วนอีก 7 จุดบินที่ดำเนินการต่อจากสายการบินไทยเคยบินมาก่อน ทั้งนี้จะทำให้สายการบินไทยสมายล์สามารถนำเครื่องบินมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้น จากชั่วโมงบิน 8 ชั่วโมงต่อวันเป็น 10.5 ชั่วโมงต่อวัน นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยในวันนี้สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐ และผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของสหรัฐเดือนม.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย ส่วนในวันศุกร์จะมีการเปิดเผยดัชนีกิจกรรมการผลิตทั่วประเทศเดือนธ.ค.จากเฟดชิคาโก, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนม.ค., ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนธ.ค.จาก Conference Board ,สำหรับวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อเป็นหนึ่งในแนวทางแก้ไขปัญหาฐานะทางการเงิน ลดความเสี่ยงที่อาจเข้าข่ายถูกเพิกถอนหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทที่ปรับลดลง จากผลประกอบการที่ขาดทุนต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา โดยบริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนครั้งนี้ไปใช้ในการดำเนินการต่างๆภายในปี 59-60ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 100 ล้านบาท อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ (feasibility) ในการลงทุนธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งถ้าศึกษาแล้วไม่ผ่าน เงินนั้นจะนำไปลงทุนขยายธุรกิจเดิมที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน ท่าเรือ เรือขนส่งถ่านหิน และคลังสินค้า ซึ่งก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้อยู่เช่นกัน ทั้งนี้ หากทั้งสองกรณีไม่ผ่าน feasibility บริษัทฯ จะนำเงินก้อนนี้ไปชำระหนี้ส่วนที่ยังเหลืออยู่。

Trump’s encouragement of white supremacy and his strident anti-China rhetoric proved a toxic combination for Asian Americans.

How Trump Fueled Anti-Asian Violence in America
Credit: Official White House photo by Tia Dufour

If there is anything that can be more callous, more vicious, and more capable of gripping and crushing people’s hearts during the pandemic than the COVID-19 virus, hate crimes and xenophobic violence against racial minorities and vulnerable groups are definitely at the top of the list.

Anti-Asian violence has surged in the United States during the COVID-19 pandemic and the trend has yet to show any significant signs of abating. A large number of verbal and physical attacks against Asian Americans have been reported, especially since last year. The most notorious example was the mass shooting in Atlanta on March 16, when Robert Aaron Long, a 21-year-old white man, killed eight people, of which six were Asian women. In a news report covering this cold-blooded shooting, Australia Broadcasting Corporation (ABC) said the shooting brought new urgency to the outrage against former President Donald Trump’s racist rhetoric against Asian Americans, and particularly Chinese Americans.

According to the Pew Research Center, Chinese Americans are the largest Asian origin group in the U.S., making up 23 percent of the country’s Asian population, or 5.4 million people. Asian Americans are projected to be the nation’s largest immigrant group by the middle of the century.

But now anger, fear, uncertainty, and loss are gripping many Asian American communities in the United States. According to another Pew Research survey in April 2021, 32 percent of Asian adults who participated in the survey say they have feared being threatened or physically attacked, while 81 percent say violence against Asian Americans is increasing. One in five U.S. Asians cites former President Donald Trump as the main reason for the rise in violence against Asian Americans.

On many issues, including immigration and race, Donald Trump has ignited intemperate anger in many Americans, some of whom seem to hold very xenophobic or even extremist stands and viewpoints. Alejandro Mayorkas, the U.S. secretary of homeland security, claimed that domestic violent extremism poses the most lethal and persistent terrorism-related threat to the United States today. The brutality and the widespread fear it created in many Asian communities in the U.S. suggest that hate crimes in the form of random, unprovoked, and undifferentiated violence against Asian Americans should be considered a part of the threat Mayorkas mentioned.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In the present reality, if you are an ethnic Asian who happens to live in the United States, you may need to watch over your shoulder even when going out jogging or shopping.

“Hate crimes were on the rise even before COVID,” Dr. John Merrill, a non-resident scholar at George Washington Institute for Korean Studies, George Washington University, told The Diplomat in an interview. “A large part of the blame was Trump’s habitual use of racially charged expressions.”

Many have cited former President Trump as one of the top reasons for the widespread and rapid growth of violence against Asian Americans, especially since the outbreak of the COVID-19 pandemic.

According to a recently released report by the Center for the Study of Hate & Extremism at California State University, San Bernardino, anti-Asian hate crimes in 16 of the largest U.S. cities increased 145 percent in 2020. Quoting FBI data, the report indicates that anti-Asian hate crime incidents surged notably during the Trump administration after an overall and continuous drop since the mid-1990s.

Even though the World Health Organization has made it clear that place-specific disease names could provoke a backlash against members of particular religious or ethnic communities and may bring serious consequences for peoples’ lives and livelihoods, Trump and several members of his administration repeatedly used very racist terms in addressing the COVID-19 pandemic. That did not happen in a vacuum: U.S. domestic xenophobic resentments had been on the rise even before the pandemic, especially since Trump took office. As Angela Gover, Shannon Harper, and Lynn Langton pointed out in a paper published in the American Journal of Criminal Justice, the prejudiced attitudes and actions on the individual level may be significantly reinforced by institutional-level support during times of crisis or great change, including the coronavirus pandemic.

A peer-reviewed journal, the American Journal of Public Health, has also published a study on the association of Trump’s racist tweets with anti-Asian sentiments. The study, which was conducted by a group of scholars at the University of California San Francisco, claims that “When comparing the week before March 16, 2020, to the week after, there was a significantly greater increase in anti-Asian hashtags associated with #chinesevirus compared with #covid19.” According to the study, Trump’s tweet about the “Chinese virus” on that date “was directly responsible for a major increase in anti-Asian hashtags… and the use of terms like ‘Chinese virus’ and ‘kung flu,’ which Trump publicly said at a rally in June (2020), have come alongside a rise in racist sentiment toward Asians in the U.S.”

Also, Elliot Benjamin, a scholar at Capella University at Minneapolis in Minnesota, examined the relationship between Trump and the coronavirus pandemic in the context of xenophobia against Asian Americans. Benjamin pointed out that many of the statements and policies by Donald Trump are “completely antithetical to the basic premises of humanistic psychology that involve engaging in empathic, authentic relationships with people.”

Trump himself, predictably, resisted any responsibility, as the following exchange, from a press conference in March last year, reveals:

Question: What’s the concrete measure that you’re taking to combat the hate crimes against Asian (Americans)?

THE PRESIDENT: Well, I don’t know. All I know is this: Asian Americans in our country are doing fantastically well.

How could Trump’s words and deeds, particularly his name-calling and finger-pointing amid the pandemic, lead to such a shocking rise in Anti-Asian hate crimes? Trump’s comments must be seen in the context of his embrace of white supremacy as a weapon in his war against everything and everyone he dislikes, including the non-white immigrants and minority racial groups.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In an analysis for CNN, Vivien Tsou, national field director for the National Asian Pacific American Women’s Forum, argued that Asian Americans “did not face distinct peril but were targeted by the same forces of hate endured by Black Americans.” As Tsou said, “it all stems from White Supremacy.” The analysis also pointed that “even though Trump is no longer in office, much of the Republican Party can’t shake its relish for raising the specter of outsiders – often people of color – while hinting that they threaten majority White American culture.”

“[H]ate crimes against newly arrived immigrants have been around for a long time. Over the years, different minorities were targeted – whether they were Chinese, Irish, Italian, or Jewish-American,” Merrill told The Diplomat. “When there were fears about a new contagious disease and if the public perceived an association with a specific ethnic group, existing prejudices were exacerbated and hate crimes increased. In recent years, we’ve seen this happen with AIDS and Haitians; SARS and Chinese; and Ebola and West Africans.”

As a maverick political figure with a sizeable popularity base, Trump’s words and deeds, even when they shock the conscience, often generate lasting consequences. For example, amid all the finger-pointing at China and allegations that the Chinese are stealing American jobs, Trump and his administration started an unprecedented trade war with China. This has yet to bring many jobs back to the United States, however, as it is U.S. companies themselves, driven by the force of market competition, that are “stealing” American jobs.

More recently, by constantly blaming China for the pandemic, using racist terms like “Chinese virus” and “kung flu,” Trump reignited and further aggravated the long-held and deeply entrenched xenophobic resentment in U.S. society, which he and his party could use for various political ends. It’s notable that, when the U.S. House of Representatives passed a non-binding resolution in September 2020 to denounce anti-Asian racism, including terms like the “Wuhan virus,” 164 Republicans voted against it, and only 14 voted in favor. More recently, Congress overwhelmingly passed new legislation addressing the rise in hate crimes against Asian Americans. Every single vote against the bill came from Republicans.

For now, it appears that Trump has left Biden with an overall acceptable blueprint and framework for approaching relations with China, now perceived as the United States’ primary peer competitor. But with respect to fighting the pandemic and especially dealing with the surging domestic racial conflicts and hate crimes, including those against Asian Americans, Trump has left the Biden administration a complete mess. The big problem is how to fight rising attacks and harassment against racial groups amid cresting white nationalism and domestic extremism. To note, the number of hate incidents reported to Stop AAPI Hate, an organization created in 2020, increased significantly from 3,795 to 6,603 during March 2021.

Merrill was encouraged by the recent legislation, calling it “a good first step in reducing Anti-Asian hate crimes.” But he expressed concern that “the current wave of anti-Asian violence will end only when the pandemic is over.”

“Conceivably, it could even get worse before it gets better, especially if the lab-leak theory of COVID’s origin gains more traction,” Merrill added.

Indeed, even as I was working on this article, my cellphone suddenly alerted me that a 55-year-old Chinese woman had been “knocked out in unprovoked attack in NYC’s Chinatown” on June 1.